Posts in Listening

ฝึกอ่าน (และฟัง) ภาษาอังกฤษ ไปกับแอพฯสรุปหนังสือ Blinkist

สรุปสั้นๆ: แอพฯสรุปหนังสือที่จะทำให้คุณเข้าใจหนังสือทั้งเล่มภายใน 15 นาที โดยทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้คุณฝึกอ่านและฟังภาษาอังกฤษโดยที่ได้ความรู้เพิ่มพูนไปด้วยในราคาเริ่มต้นเดือนละประมาณ 160 บาท

หากคุณเป็นคนคลั่งไคล้ในการอ่าน แต่.. ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่ค่อยมีเวลาที่จะอ่าน ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวหรอกครับที่มีปัญหานี้ ผมก็มีไม่ต่างกัน และเชื่อว่าก็ไม่ใช่แค่เราสองคนที่เป็นแบบนี้

งานหนังสือกี่งานไม่เคยพลาด มีเวลาไปเดิน มีเวลาไปเลือก มีเวลาไปซื้อ แต่ไม่มีเวลาอ่าน นอกจากคลั่งไคล้ในการอ่านแล้ว ยังคลั่งไคล้ในการซื้อมาดองด้วย

แต่อยู่มาวันหนึ่งผมไปเห็น Blinkist ขึ้นมาใน Facebook ผมเลยคิดว่าไอเดียมันน่าสนใจดี แต่เห็นว่าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษทั้งหมด แรกๆก็เลยผ่านไปก่อน ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลองด้วยซ้ำ

หลังจากนั้นผ่านมาสักพัก อยู่ๆผมก็นึกถึงมันขึ้นมา และทันทีทันใดนั้นผมก็ไปดาวน์โหลดมาลองทันที

และเมื่อได้ลองใช้งาน free-trial เท่านั้นล่ะครับ ผมพบว่าผมหลงรักเจ้าแอพฯนี้เข้าเต็มเปา

Blinkist คืออะไร?

Blinkist เป็นแอพฯที่ถูกสร้างมาเพื่ิอกลุ่มคนที่รักการอ่าน แต่ดันไม่ค่อยจะมีเวลา และเปิดมาด้วยคำโปรยที่แสนจะดึงดูด

Big ideas in small packagesBlinkist

ซึ่งเมื่อคุณเข้าไปใช้งานแอพฯคุณจะเห็นรายชื่อหนังสือมากมายกว่า 3,000 เล่ม และมีมากถึง 27 หมวดหมู่ ถูกสรุปไว้ให้อ่านและฟัง หรือจะทำพร้อมกันก็ได้

จากที่คุณต้องอ่านหนังสือเต็มเล่ม ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง หลายวัน บางทีก็หลักเดือน (อันนี้ผมเอง) แต่สำหรับ Blinkist คุณจบมันได้เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้นเองครับ

ทำไมต้องใช้แอพฯ Blinkist?

“สรุปเป็นภาษาอังกฤษเหรอ.. ไม่น่าไหวแฮะ”

นี่คือประโยคแรกที่ผมคิดอยู่ในหัวตอนที่เห็น Blinkist ครั้งแรก และทำให้ผมเว้นนานเป็นเดือนๆกว่าจะกลับมาตัดสินใจลองใช้ดู

เพราะอะไรครับ.. ถ้าเกิดคุณเคยได้ลองฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากหนังสือสักเล่ม โดยที่ไม่ใช่หนังสือที่อ่านง่ายอย่าง Graded Reader เราน่าจะคิดคล้ายๆกัน คือเราพบว่าภาษามันค่อนข้างยาก แปลแยกคำแปลออกนะ แต่พอมารวมกัน งงเฉย บางทีปาดเหงื่อไปสามรอบเพิ่งอ่านจบ Intro แล้วสุดท้ายก็ท้อไปตามระเบียบ และนี่คือเหตุผลที่ผมเลือกที่จะไม่ได้ใช้แอพฯนี้ในคราวแรก

แต่อย่างน้อยๆการได้ลองก็เป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ หลังจากผ่านความพยายามในการอ่านมาหลายรอบ และรอบล่าสุดนี้ผมเลือกที่จะเริ่มอ่านกับ Blinkist และผลลัพธ์นั้นก็ยอดเยี่ยมเกินคาดหวังครับ

ภาษาใน Blinkist ไม่ได้อลังการ และไม่ได้ยากมากเท่าที่ผมกลัวไว้ตั้งแต่แรกครับ มันถูกย่อยออกมาให้สั้น กระชับ และลดความสวยงามของภาษาลงเหลือเพียงใจความหลักๆเพียงเท่านั้น ซึ่งมันทำให้ผมอ่านได้เรื่อยๆเลย มีแวบออกไปเปิดแปลอยู่บ้างแต่ไม่รัวเท่าเก่า

เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมีความกังวลแบบผมก็สบายใจได้เลยครับ คุณจะได้เจอเพียงแค่ศัพท์เทคนิคที่จำเป็นต่อการเล่าเรื่องจริงๆเท่านั้น

อีกอย่างแอพฯนี้ให้คุณทั้งฟัง และอ่านไปพร้อมๆกันได้ แตกต่างจาก Audible ที่มีให้ฟังเพียงอย่างเดียว

สิ่งสุดท้ายที่คุณจะได้แน่ๆนั่นคือใจความหลักของหนังสือทั้งเล่ม เรียกได้ว่าความรู้อัดแน่นแน่นอนครับ

Start with sound. Learning the sounds of new words makes them easier to remember.หนังสือ Fluent Forever

คุณเหมาะกับ Blinkist หรือเปล่า?

ถ้าคุณคิดว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มชอบอ่านหนังสือ ไม่ค่อยมีเวลา ชอบซื้อหนังสือมาดอง และที่สำคัญคืออยากฝึกภาษาอังกฤษจากหนังสือ บอกเลยว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่ลองใช้แอพฯนี้ครับ

เราต่างรู้กันดีว่าเราไม่สามารถอ่านหนังสือทุกเล่มที่อยู่บนโลกได้ แค่ในห้องสมุดชุมชนเล็กๆสักที่ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วจริงไหมครับ

และนั่นนำมาซึ่งอีกหนึ่งประโยชน์ของ Blinkist ที่นอกเหนือจากให้ความรู้ และเอามาใช้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษ

นั่นคือมันช่วยคุณกรองหนังสือที่จะซื้อมาอ่านหรือดองได้ ถ้าจะดอง อย่างน้อยๆเราก็ต้องดองอย่างมีคุณภาพ!

คำถามคือ แล้วมันช่วยยังไง?

Blinkist จะมาเป็นตัวช่วยในการกรองหนังสือทั้งเล่มให้คุณ บางเล่มปกดี แต่เนื้อในอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เราคาดหวังไว้ก็ได้

คุณสามารถอ่านเนื้อหาทั้งหมดไปก่อนได้เลย ถ้าเนื้อหามันดีก็ค่อยไปซื้อแบบเล่มเต็มๆมาก็ยังได้

คำถามต่อมาก็คือ แล้วถ้าอ่านสรุปไปหมดแล้วก็เท่ากับเรารู้เนื้อหาหมดแล้วหรือเปล่า?

คำตอบก็คือ ถึงแม้ว่า Blinkist จะสรุปหนังสือทั้งเล่มมาให้คุณได้อ่านจบภายใน 15 นาที

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณค่าของหนังสือทั้งเล่มนั้นจะมลายหายไป มันก็ยังคงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนเดิมครับ และแน่นอนว่าการสรุปความของ Blinkist ไม่สามารถทดแทนส่วนนั้นได้เลย

คุณลองจินตนาการถึง Sapiens ของ Yuval Noah ที่มีความยาวเกือบ 600 หน้าสิครับ

ไม่ว่าจะสรุปความออกมายังไง ก็ไม่สามารถทดแทนความรู้สึก ความดื่มด่ำในการท่องไปในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติได้ดีกว่าไปการอ่านแบบทั้งเล่มหรอกครับ

แต่สำหรับใครที่คิดว่าอยากอ่านแค่แต่ใจความหลักเพียงอย่างเดียว (มีหลายๆเล่มที่ผมรู้สึกแบบนั้น) แอพฯนี้จะตอบสนองคุณได้เป็นอย่างดี และให้คุณได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับหนังสือที่คู่ควรเท่านั้น

รีวิว Blinkist

สมัคร Free-trial

ก่อนเข้าใช้งานเราต้องสมัคร 7 days Free-trial ก่อนครับ ถ้าหากเข้าไปลองแล้วไม่ชอบใจก็ไปกดยกเลิกได้ทันทีครับไม่ต้องกังวลว่าจะโดนตัดเงินก่อนแต่อย่างใด

สามารถดูวิธียกเลิกได้ที่ ยกเลิกการสมัครรับของคุณ ได้เลยครับ

สมัครตอนนี้ ทดลองใช้ฟรี! 7 วัน พร้อมรับส่วนลด 60%

Library

เข้ามาในแอพฯก็จะเจอห้องสมุดของเรา ที่มีหนังสือที่เราอ่านค้างเอาไว้ ซึ่งคุณสามารถมาเลือกอ่านต่อได้จากตรงนี้เลยครับ หรือจะดาวน์โหลดไฟล์เสียงเก็บไว้ฟังแบบ offline ก็ได้เช่นกันครับ

นอกจากนี้ถ้าใครใช้ Amazon Kindle ก็สามารถซิงค์กันได้เลยครับ สะดวกขั้นสุด

ห้องสมุดของเรา Blinkist

Discover

แต่ถ้าหากคุณเข้ามาใช้งานครั้งแรก คุณก็จะยังไม่มีหนังสืออยู่ในห้องสมุด เพราะฉะนั้นก็ต้องไปเลือกหนังสือก่อนครับ ซึ่งในส่วนของ Discover นี้ก็จะมีหนังสือให้เลือกมากมายเลยครับ และแน่นอนว่าหนังสือชื่อดังทั้งหลายก็มีให้เลือกเต็มเลยครับ

ถ้าคิดชื่อหนังสือไม่ออกตัวแอพฯก็มีแบ่งหมวดหมู่ไว้ให้ครับ แต่ถ้าก็ยังคิดไม่ออกอีกตัวแอพฯก็มีแนะนำเป็นเซ็ตให้อีกครับ อย่างเช่น The New York Times Bestsellers เป็นต้น

เลือกหนังสือฝึกภาษาอังกฤษ Blinkist

เลือกฝึกอ่านหรือฟังภาษอังกฤษ

เมื่อคุณเลือกหนังสือได้แล้ว แอพฯก็จะพามาสู่หน้าสรุปในสรุปอีกทีว่าเมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคุณจะได้อะไรกลับไปบ้าง และหนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร หากคุณโอเคแล้วก็เพียงแค่เริ่มอ่านหรือฟังได้เลยครับ

เลือกฝึกฟังหรืออ่านหนังสือภาษาอังกฤษ Blinkist

เริ่มอ่านหนังสือที่คุณชอบ

ถ้าคุณอยากพัฒนาการอ่านก็ให้อ่าน ถ้าคุณอยากพัฒนาการฟังก็ให้ฟัง หรือถ้าอยากพัฒนาทั้งอ่านและฟังก็ลองใช้วิธีเดียวกับผมดูก็ได้ครับ

พออ่านจบ 1 หน้าก็สลับไปฟังให้จบ 1 ตอน ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะได้ฝึกทั้งคู่ไปพร้อมๆกันครับ

ฝึกภาษาอังกฤษจากหนังสือด้วย Blinkist

แอพฯ Blinkist ในมุมมองของผม

กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า Blinkist เป็นหนึ่งในแอพฯที่ผมชื่นชอบมากที่สุด ผมใช้งานทุกวันจริงๆครับ หยิบขึ้นมาอ่านแปบๆบ้าง มาเลือกหนังสือทิ้งไว้ก่อนบ้าง เรียกได้ว่าหลงมันเอามากๆเลย

ส่วนเรื่องการพัฒนาทางด้านภาษา อาจพูดได้ไม่เต็มปากว่าช่วยได้อย่างไร แต่เท่าที่สังเกตุดูคือตอนผมดูซีรีย์ภาษาอังกฤษ ผมฟังออกมากขึ้น ผมอ่านเร็วขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะมาจากตัวช่วยใดๆก็ตาม ผมคิดว่า Blinkist มีส่วนด้วยแน่นอนครับ

เพราะฉะนั้นใครที่ชื่นชอบหนังสือเหมือนกันกับผม ผมจะไม่บอกว่าห้ามพลาด แต่ผมจะบอกว่าต้องลองครับ

ขอให้โชคดีกับการอ่านครับ

สมัครตอนนี้ ทดลองใช้ฟรี! 7 วัน พร้อมรับส่วนลด 60%

ข้อดี
  • ทำให้คุณอ่านหนังสือได้มากมายหลากหลายยิ่งขึ้น
  • ทั้งอ่านและฟังไปพร้อมๆกันได้
  • พัฒนาทักษะการอ่านและฟังพร้อมทั้งความรู้ที่มาจากหนังสือจริงๆ
  • ให้คุณอ่านหนังสือได้ทุกที่ทุกเวลา
  • มีหนังสือชื่อดังมากมายให้เลือกอ่าน
ข้อเสีย
  • มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน (ทดลองใช้ก่อนได้ 7 วัน)
  • บางเล่มอาจสรุปออกมาได้ไม่ดีพอ
  • ปกหนังสือจะไม่เหมือนปกจริง เดาว่าน่าจะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้หายากในบางที

Lyrics Training ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงดังทั่วโลก

สรุปสั้นๆ: Lyrics Training ให้คุณได้ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลง โดยที่เราต้องฟังให้ออกว่านักร้องๆคำว่าอะไรออกมา

ถึงแม้ว่าภาษาอังกฤษของเราจะไม่ได้เป๊ะ ไม่ได้แน่น และถึงแม้เราจะไม่รู้เนื้อร้อง ไม่รู้ความหมาย แต่เราก็ยังชอบฟังอยู่ดี

ความกลมกล่อมอย่างแปลกประหลาดนี้ทำให้ไม่ว่าใครก็ตามไม่ว่าจะเก่งหรือไม่เก่งภาษาอังกฤษ ฮัมตามอย่างช่วยไม่ได้ ถูกบ้าง ดำน้ำบ้าง สลับๆกันไป

ซึ่งเจ้าแอพฯ Lyrics Training ที่ผมจะมาแนะนำวันนี้ จะทำให้คุณไม่ต้องดำน้ำอีกต่อไป ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงกับรู้ความหมาย แต่อย่างน้อยๆคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการร้องเพลง และได้ทักษะการฟังไปอย่างเต็มเปี่ยมแน่นอนครับ

แอพฯ Lyrics Training คืออะไร?

Lyrics Training คือแอพฯที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษ (และภาษาอื่นๆ) ผ่านเพลงดังทั่วโลกที่คุณจะต้องรู้จักอย่างแน่นอน

โดยสิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากแอพฯคือคำศัพท์ใหม่ๆ การออกเสียง รวมไปถึงแกรมม่า และหัวใจหลักสำคัญที่สุดที่คุณจะได้ไปแน่ๆก็คือหูที่จะพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน

ทำไมต้องใช้แอพฯ Lyrics Training?

ในชีวิตจริงนั้นคำหนึ่งคำ หรือประโยคหนึ่งประโยคนั้นการออกเสียงไม่ได้มีรูปแบบเดียว สำเนียงของแต่ละคนอาจมีความต่างกันนิดหน่อย บางคนอาจต่างกันอย่างสิ้นเชิงหากเขามาจากสถานที่ๆแตกต่างกัน

ขนาดภาษาไทยเราที่ใช้อยู่ประเทศเดียวยังมีความต่าง แล้วภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วโลกจะมีความยืดหยุ่นทางเสียงกันขนาดไหนล่ะครับ จริงไหม?

เพราะฉะนั้นแอพฯนี้จะช่วยให้เราฟังคำหนึ่งคำ หรือประโยคหนึ่งประโยคที่เป็นภาษาอังกฤษได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มันจะทำให้หูของเรามีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ และนี่คือเหตุผลเดียวที่คุณควรใช้แอพ Lyrics Training

คุณเหมาะกับ Lyrics Training หรือเปล่า?

ถ้าหากคุณชอบฟังเพลงภาษาอังกฤษเป็นชีวิตจิตใจ และถ้าหากคุณกำลังหาวิธีฝึกภาษาอังกฤษจากเพลงอยู่ ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าแอพฯนี้อีกแล้วครับ

ยิ่งถ้าคุณต้องเดินทางไปทำงานหรือไปเรียนโดยขนส่งสาธารณะ ผมเชื่อว่าคุณมีเวลาว่างเป็นชั่วโมงเลยล่ะ เพราะฉะนั้นให้แอพฯนี้ไปช่วยแก้เบื่อนะครับ จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วย 😉

รีวิว Lyrics Training

หน้าแรก

หน้าแรกก็จะมีบอก Level ของเราและเพลงให้เราเลือกเล่นมากมาย

Lyrics Training หน้าแรก

เลือกแนวเพลงที่ชอบ

แต่ละคนก็มีแนวเพลงที่ชอบแตกต่างกันไป ถ้าหน้าแรกไม่มีเพลงที่ถูกใจก็มาเริ่มเลือกเพลงที่หน้านี้ได้ครับ

Lyrics Training แนวเพลง

มีให้เลือกเล่นสองโหมด

โหมดแรกคือแบบเป็นตัวเลือกให้เลือกว่าคำนั้นๆร้องว่าอะไร ส่วนอีกโหมดคือคาราโอเกะธรรมดา ซึ่งหลักๆที่เราจะดูกันวันนี้คือโหมดที่เป็น Multiple Choice ครับ

Lyrics Training วิธีเล่น

เลือกระดับความยาก

ระดับความยากง่ายที่เลือกแบ่งจากจำนวนคำที่เราต้องทายครับ แบบง่ายก็จะทายน้อยหน่อย และระดับยากสุดคือต้องทายทุกคนเลยทีเดียว

Lyrics Training ระดับความยากง่าย

เริ่มเล่นกันเลย!

ในขณะที่คุณเล่น เมื่อถึงคำร้องที่เป็นจุดสีขาว คุณต้องทายว่าคำนั้นต้องเป็นคำว่าอะไร หากเลือกถูกคะแนนก็จะถูกบวกขึ้นไปเรื่อยๆ และจะมีโบนัสให้เมื่อทายถูกติดต่อกันไปเรื่อยๆ หากทายผิดหลอดสีแดงจะลดลงไปเรื่อยๆ ถ้าหมดหลอดก็จบเกม วิธีเล่นเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนใดๆครับ

Lyrics Training ฝึกภาษาอังกฤษจากเพลง

Leaderboard

เราสามารถเทียบคะแนนของเรากับผู้เล่นคนอื่นๆได้ ก็ถือเป็นสีสันหนึ่งให้เราพยายามเล่นมากยิ่งขึ้นครับ

Lyrics Training Leaderboard

แอพฯ Lyrics Training ในมุมมองของผม

อย่างที่บอกไปแหละครับว่าแอพฯนี้เข้ามาเสริมในเรื่องของการฟังเพียงอย่างเดียวโดยไม่บอกถึงความหมายด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับผมมันก็เป็นแอพฯที่เอาไว้พักผ่อนสนุกๆเท่านั้นครับ อย่างน้อยๆก็ได้ใช้เวลาว่างในการวนเวียนอยู่กับภาษาอังกฤษ และที่สำคัญมันทำให้เราคำพูดออกเป็นคำๆได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่รู้คำแปลก็เถอะ5555

ถ้าใครชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ยิ่งถ้าอยากร้องตามด้วยล่ะก็ ดาวน์โหลดมาได้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน ขอให้สนุกนะครับ 🙂

ข้อดี
  • ฟรี! ฝึกได้มากเท่าที่ต้องการ
  • ได้ฝึกฟังในสำเนียงที่หลากหลาย
  • ฝึกกับเพลงดังระดับโลกที่ไม่ว่าใครก็รู้จัก
  • มี leaderboard ให้เปรียบเทียบกับผู้เล่นทั่วโลก
ข้อเสีย
  • ได้ฝึกแค่ทักษะการฟัง
  • ไม่มีคำแปลของเนื้อเพลง

20 Youtube Channel ไว้ฝึกฟังภาษาอังกฤษแบบเพลินๆ

หากคุณกำลังเริ่มเรียนภาษา ทักษะที่เรามักจะเริ่มกันก่อนก็คือการฟัง การฝึกฟังภาษาอังกฤษนั้นเราสามารถเริ่มได้ทันที ทั้งเพลง ทั้งหนัง และแน่นอนว่า Youtube Channel ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยครับ
ด้วยเหตุนี้เองทำให้ผมไปควานหา Youtube channel มาให้เพื่อนๆทุกคนได้เลือกฝึกฟังกัน โดยแชนแนลที่เลือกมาจะมีความหลากหลายเนื่องจากทุกคนก็คงมีความชอบแตกต่างกันไปล่ะเนอะ

แล้วก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปว่าจะฟังไม่รู้เรื่องหรือจับใจความไม่ได้นะครับ เพราะเกือบทุกวีดิโอในแชนแนลที่ผมเลือกมานั้นมีซับไตเติ้ลให้ครับ (เป็นซับแบบคนอัพโหลดใส่เองด้วยนะเออ ไม่ใช่ Youtube สร้างให้อัตโนมัติ)

เกริ่นกันพอเป็นน้ำจิ้มแล้ว ต่อไปเรามาดูกันดีกว่าครับว่าเพื่อนๆจะเก็บแชนแนลไหนกลับบ้านไปบ้างรึเปล่า Read More

iTalki เรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวออนไลน์ สบายกระเป๋า

สรุปสั้นๆ: iTalki ให้คุณได้เรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวแบบออนไลน์กับเจ้าของภาษาได้ในราคาเริ่มต้นชั่วโมงละ 200 บาท

การเรียนภาษานั้นจะมีอะไรดีไปกว่าการเรียนกับเจ้าของภาษาล่ะ จริงไหมครับ?

ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าการเรียนกับเจ้าของภาษานั้นดีและดูจะได้ผลกว่าวิธีอื่น ยิ่งถ้าเรียนตัวต่อตัวยิ่งเร่งสปีดเข้าไปใหญ่ แต่เราจะไปหาฝรั่งหัวทองที่ไหนมาสอนได้ล่ะ มันไม่ง่ายเลยใช่มั้ยล่ะครับ

iTalki ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปครับ เรามาทำความรู้จักกับเว็บไซต์นี้กันครับ Read More

ฝึกภาษาอังกฤษจากหนังด้วย Netflix Muti Subtitles

คุณเคยลองที่จะฝึกภาษาอังกฤษจากหนังมั้ยครับ?

ถ้าเคยผมเชื่อว่าคุณต้องเคยลองฝึกผ่าน Netflix กันมาบ้างล่ะ เราจะยิ่งเหมือนกันเข้าไปอีกถ้าคุณเคยลองเปิด Netflix สองหน้าจอเล่นพร้อมกันแล้วค้นพบว่ามันไม่เวิร์คเลย 5555

แต่ปัญหานี้จะหมดไปครับหากคุณได้รู้จักกับ Extension หรือส่วนขยายของ Google Chrome ที่ชื่อว่า NflxMultiSubs (Netflix Multi. Subtitles) Read More

Bright จำศัพท์เดือนละ 240 คำ ใช้เวลาวันละ 5 นาที

เวลาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ มีศัพท์ที่แปลไม่ได้เยอะมั้ยครับ?

ผมก็เป็นคนนึงที่เวลาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแล้วเปิดคำศัพท์ถี่มากๆ บางทีก็เปิดจนท้อ ซึ่งสาเหตุมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น “คลังคำศัพท์” ในหัวผมมัน “น้อยเกินไป” ยังไงล่ะครับ และพระเอกของเราในวันนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดไอเจ้าวลีอันเป็นวายร้ายของผู้ฝึกภาษาอังกฤษมือใหม่ทุกคน เขามีชื่อว่า ว่า ว่า… Bright! Read More

Busuu แอพฯเรียนภาษาคูลๆ รางวัลการันตีทั่วโลก!

วันนี้ถึงคราวรีวิวหนึ่งในแอพฯที่ผมใช้บ่อยที่สุดในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วครับ แอพฯนั้นก็คือ BUSUU!! นั่นเองง

Busuu เป็นแอพฯที่ผมเลือกใช้เป็นอันดับแรกๆเนื่องจากไม่ว่าผมจะไปหารีวิวแอพฯเรียนภาษาอังกฤษจากที่ไหน Busuu ก็จะติดอันดับอยู่ร่ำไป ราคาที่ย่อมเยาว์ หน้าตาสวยงาม แถมมีแบบเรียนหลากหลายอีก จะไม่จัดได้อย่างไรล่ะครับ

และวันนี้ผมจะมารีวิวแบบเจาะลึกทุกซอก ทุกมุมกันครับ จะได้ไม่ต้องให้คุณผู้อ่านเสียทั้งเงิน ทั้งเวลาไปลองเอง ตามมาครับ Read More

Duolingo แอพฯเรียนอังกฤษฟรี ดีและเหมาะกับมือใหม่

ถ้าผมจะบอกว่ามีแอพฯที่จะให้คุณฝึกภาษาอังกฤษแบบฟรีๆ (ฟรีจริงจัง) คุณจะสนใจไหมครับ?

ผมเชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักเจ้าแอพฯนี้กันแล้ว หลายคนอาจจะแค่คุ้นๆ และหลายคนอาจจะเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ไม่เป็นไรครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับแอพฯเรียนภาษาอังกฤษชื่อก้องโลกอย่าง Duolingo กันครับ ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านที่ได้ลองแล้วจะชอบมันอย่างแน่นอน Read More

Audible แอพฯหนังสือเสียงภาษาอังกฤษที่ควรมีติดไว้

ก่อนที่จะเริ่มอ่านบทความนี้ ผมมีคำถาม 3 ข้อที่อยากจะให้คุณตอบ

  1. คุณมีเวลาว่างน้อยใช่หรือเปล่า?
  2. คุณชอบอ่านหนังสือด้วยหรือเปล่า?
  3. และคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษอยู่ใช่มั้ย?

ถ้าคำตอบคือ “Yes” ทั้งสามข้อ ผมก็อยากจะให้คุณนั่งลงสั่งแปบ อดทนฟังผมเล่าเรื่องสักนิด รับรองว่าผมจะไม่ทำให้คุณเสียเวลา เพราะผมกำลังจะแนะนำวิธีที่จะทำให้คุณได้ฝึกภาษาที่สามารถกลมกลืนไปกับไลฟ์สไตล์อันแสนวุ่นวายของเราได้ โดยผ่านแอพพลิเคชันหนังสือเสียงภาษาอังกฤษที่ชื่อว่า Audible Read More