Posts in Reading

ฝึกอ่าน (และฟัง) ภาษาอังกฤษ ไปกับแอพฯสรุปหนังสือ Blinkist

สรุปสั้นๆ: แอพฯสรุปหนังสือที่จะทำให้คุณเข้าใจหนังสือทั้งเล่มภายใน 15 นาที โดยทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้คุณฝึกอ่านและฟังภาษาอังกฤษโดยที่ได้ความรู้เพิ่มพูนไปด้วยในราคาเริ่มต้นเดือนละประมาณ 160 บาท

หากคุณเป็นคนคลั่งไคล้ในการอ่าน แต่.. ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่ค่อยมีเวลาที่จะอ่าน ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวหรอกครับที่มีปัญหานี้ ผมก็มีไม่ต่างกัน และเชื่อว่าก็ไม่ใช่แค่เราสองคนที่เป็นแบบนี้

งานหนังสือกี่งานไม่เคยพลาด มีเวลาไปเดิน มีเวลาไปเลือก มีเวลาไปซื้อ แต่ไม่มีเวลาอ่าน นอกจากคลั่งไคล้ในการอ่านแล้ว ยังคลั่งไคล้ในการซื้อมาดองด้วย

แต่อยู่มาวันหนึ่งผมไปเห็น Blinkist ขึ้นมาใน Facebook ผมเลยคิดว่าไอเดียมันน่าสนใจดี แต่เห็นว่าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษทั้งหมด แรกๆก็เลยผ่านไปก่อน ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลองด้วยซ้ำ

หลังจากนั้นผ่านมาสักพัก อยู่ๆผมก็นึกถึงมันขึ้นมา และทันทีทันใดนั้นผมก็ไปดาวน์โหลดมาลองทันที

และเมื่อได้ลองใช้งาน free-trial เท่านั้นล่ะครับ ผมพบว่าผมหลงรักเจ้าแอพฯนี้เข้าเต็มเปา

Blinkist คืออะไร?

Blinkist เป็นแอพฯที่ถูกสร้างมาเพื่ิอกลุ่มคนที่รักการอ่าน แต่ดันไม่ค่อยจะมีเวลา และเปิดมาด้วยคำโปรยที่แสนจะดึงดูด

Big ideas in small packagesBlinkist

ซึ่งเมื่อคุณเข้าไปใช้งานแอพฯคุณจะเห็นรายชื่อหนังสือมากมายกว่า 3,000 เล่ม และมีมากถึง 27 หมวดหมู่ ถูกสรุปไว้ให้อ่านและฟัง หรือจะทำพร้อมกันก็ได้

จากที่คุณต้องอ่านหนังสือเต็มเล่ม ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง หลายวัน บางทีก็หลักเดือน (อันนี้ผมเอง) แต่สำหรับ Blinkist คุณจบมันได้เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้นเองครับ

ทำไมต้องใช้แอพฯ Blinkist?

“สรุปเป็นภาษาอังกฤษเหรอ.. ไม่น่าไหวแฮะ”

นี่คือประโยคแรกที่ผมคิดอยู่ในหัวตอนที่เห็น Blinkist ครั้งแรก และทำให้ผมเว้นนานเป็นเดือนๆกว่าจะกลับมาตัดสินใจลองใช้ดู

เพราะอะไรครับ.. ถ้าเกิดคุณเคยได้ลองฝึกอ่านภาษาอังกฤษจากหนังสือสักเล่ม โดยที่ไม่ใช่หนังสือที่อ่านง่ายอย่าง Graded Reader เราน่าจะคิดคล้ายๆกัน คือเราพบว่าภาษามันค่อนข้างยาก แปลแยกคำแปลออกนะ แต่พอมารวมกัน งงเฉย บางทีปาดเหงื่อไปสามรอบเพิ่งอ่านจบ Intro แล้วสุดท้ายก็ท้อไปตามระเบียบ และนี่คือเหตุผลที่ผมเลือกที่จะไม่ได้ใช้แอพฯนี้ในคราวแรก

แต่อย่างน้อยๆการได้ลองก็เป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ หลังจากผ่านความพยายามในการอ่านมาหลายรอบ และรอบล่าสุดนี้ผมเลือกที่จะเริ่มอ่านกับ Blinkist และผลลัพธ์นั้นก็ยอดเยี่ยมเกินคาดหวังครับ

ภาษาใน Blinkist ไม่ได้อลังการ และไม่ได้ยากมากเท่าที่ผมกลัวไว้ตั้งแต่แรกครับ มันถูกย่อยออกมาให้สั้น กระชับ และลดความสวยงามของภาษาลงเหลือเพียงใจความหลักๆเพียงเท่านั้น ซึ่งมันทำให้ผมอ่านได้เรื่อยๆเลย มีแวบออกไปเปิดแปลอยู่บ้างแต่ไม่รัวเท่าเก่า

เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมีความกังวลแบบผมก็สบายใจได้เลยครับ คุณจะได้เจอเพียงแค่ศัพท์เทคนิคที่จำเป็นต่อการเล่าเรื่องจริงๆเท่านั้น

อีกอย่างแอพฯนี้ให้คุณทั้งฟัง และอ่านไปพร้อมๆกันได้ แตกต่างจาก Audible ที่มีให้ฟังเพียงอย่างเดียว

สิ่งสุดท้ายที่คุณจะได้แน่ๆนั่นคือใจความหลักของหนังสือทั้งเล่ม เรียกได้ว่าความรู้อัดแน่นแน่นอนครับ

Start with sound. Learning the sounds of new words makes them easier to remember.หนังสือ Fluent Forever

คุณเหมาะกับ Blinkist หรือเปล่า?

ถ้าคุณคิดว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มชอบอ่านหนังสือ ไม่ค่อยมีเวลา ชอบซื้อหนังสือมาดอง และที่สำคัญคืออยากฝึกภาษาอังกฤษจากหนังสือ บอกเลยว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่ลองใช้แอพฯนี้ครับ

เราต่างรู้กันดีว่าเราไม่สามารถอ่านหนังสือทุกเล่มที่อยู่บนโลกได้ แค่ในห้องสมุดชุมชนเล็กๆสักที่ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วจริงไหมครับ

และนั่นนำมาซึ่งอีกหนึ่งประโยชน์ของ Blinkist ที่นอกเหนือจากให้ความรู้ และเอามาใช้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษ

นั่นคือมันช่วยคุณกรองหนังสือที่จะซื้อมาอ่านหรือดองได้ ถ้าจะดอง อย่างน้อยๆเราก็ต้องดองอย่างมีคุณภาพ!

คำถามคือ แล้วมันช่วยยังไง?

Blinkist จะมาเป็นตัวช่วยในการกรองหนังสือทั้งเล่มให้คุณ บางเล่มปกดี แต่เนื้อในอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เราคาดหวังไว้ก็ได้

คุณสามารถอ่านเนื้อหาทั้งหมดไปก่อนได้เลย ถ้าเนื้อหามันดีก็ค่อยไปซื้อแบบเล่มเต็มๆมาก็ยังได้

คำถามต่อมาก็คือ แล้วถ้าอ่านสรุปไปหมดแล้วก็เท่ากับเรารู้เนื้อหาหมดแล้วหรือเปล่า?

คำตอบก็คือ ถึงแม้ว่า Blinkist จะสรุปหนังสือทั้งเล่มมาให้คุณได้อ่านจบภายใน 15 นาที

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณค่าของหนังสือทั้งเล่มนั้นจะมลายหายไป มันก็ยังคงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนเดิมครับ และแน่นอนว่าการสรุปความของ Blinkist ไม่สามารถทดแทนส่วนนั้นได้เลย

คุณลองจินตนาการถึง Sapiens ของ Yuval Noah ที่มีความยาวเกือบ 600 หน้าสิครับ

ไม่ว่าจะสรุปความออกมายังไง ก็ไม่สามารถทดแทนความรู้สึก ความดื่มด่ำในการท่องไปในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติได้ดีกว่าไปการอ่านแบบทั้งเล่มหรอกครับ

แต่สำหรับใครที่คิดว่าอยากอ่านแค่แต่ใจความหลักเพียงอย่างเดียว (มีหลายๆเล่มที่ผมรู้สึกแบบนั้น) แอพฯนี้จะตอบสนองคุณได้เป็นอย่างดี และให้คุณได้ใช้เวลาอันมีค่าไปกับหนังสือที่คู่ควรเท่านั้น

รีวิว Blinkist

สมัคร Free-trial

ก่อนเข้าใช้งานเราต้องสมัคร 7 days Free-trial ก่อนครับ ถ้าหากเข้าไปลองแล้วไม่ชอบใจก็ไปกดยกเลิกได้ทันทีครับไม่ต้องกังวลว่าจะโดนตัดเงินก่อนแต่อย่างใด

สามารถดูวิธียกเลิกได้ที่ ยกเลิกการสมัครรับของคุณ ได้เลยครับ

สมัครตอนนี้ ทดลองใช้ฟรี! 7 วัน พร้อมรับส่วนลด 60%

Library

เข้ามาในแอพฯก็จะเจอห้องสมุดของเรา ที่มีหนังสือที่เราอ่านค้างเอาไว้ ซึ่งคุณสามารถมาเลือกอ่านต่อได้จากตรงนี้เลยครับ หรือจะดาวน์โหลดไฟล์เสียงเก็บไว้ฟังแบบ offline ก็ได้เช่นกันครับ

นอกจากนี้ถ้าใครใช้ Amazon Kindle ก็สามารถซิงค์กันได้เลยครับ สะดวกขั้นสุด

ห้องสมุดของเรา Blinkist

Discover

แต่ถ้าหากคุณเข้ามาใช้งานครั้งแรก คุณก็จะยังไม่มีหนังสืออยู่ในห้องสมุด เพราะฉะนั้นก็ต้องไปเลือกหนังสือก่อนครับ ซึ่งในส่วนของ Discover นี้ก็จะมีหนังสือให้เลือกมากมายเลยครับ และแน่นอนว่าหนังสือชื่อดังทั้งหลายก็มีให้เลือกเต็มเลยครับ

ถ้าคิดชื่อหนังสือไม่ออกตัวแอพฯก็มีแบ่งหมวดหมู่ไว้ให้ครับ แต่ถ้าก็ยังคิดไม่ออกอีกตัวแอพฯก็มีแนะนำเป็นเซ็ตให้อีกครับ อย่างเช่น The New York Times Bestsellers เป็นต้น

เลือกหนังสือฝึกภาษาอังกฤษ Blinkist

เลือกฝึกอ่านหรือฟังภาษอังกฤษ

เมื่อคุณเลือกหนังสือได้แล้ว แอพฯก็จะพามาสู่หน้าสรุปในสรุปอีกทีว่าเมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคุณจะได้อะไรกลับไปบ้าง และหนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร หากคุณโอเคแล้วก็เพียงแค่เริ่มอ่านหรือฟังได้เลยครับ

เลือกฝึกฟังหรืออ่านหนังสือภาษาอังกฤษ Blinkist

เริ่มอ่านหนังสือที่คุณชอบ

ถ้าคุณอยากพัฒนาการอ่านก็ให้อ่าน ถ้าคุณอยากพัฒนาการฟังก็ให้ฟัง หรือถ้าอยากพัฒนาทั้งอ่านและฟังก็ลองใช้วิธีเดียวกับผมดูก็ได้ครับ

พออ่านจบ 1 หน้าก็สลับไปฟังให้จบ 1 ตอน ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะได้ฝึกทั้งคู่ไปพร้อมๆกันครับ

ฝึกภาษาอังกฤษจากหนังสือด้วย Blinkist

แอพฯ Blinkist ในมุมมองของผม

กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า Blinkist เป็นหนึ่งในแอพฯที่ผมชื่นชอบมากที่สุด ผมใช้งานทุกวันจริงๆครับ หยิบขึ้นมาอ่านแปบๆบ้าง มาเลือกหนังสือทิ้งไว้ก่อนบ้าง เรียกได้ว่าหลงมันเอามากๆเลย

ส่วนเรื่องการพัฒนาทางด้านภาษา อาจพูดได้ไม่เต็มปากว่าช่วยได้อย่างไร แต่เท่าที่สังเกตุดูคือตอนผมดูซีรีย์ภาษาอังกฤษ ผมฟังออกมากขึ้น ผมอ่านเร็วขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะมาจากตัวช่วยใดๆก็ตาม ผมคิดว่า Blinkist มีส่วนด้วยแน่นอนครับ

เพราะฉะนั้นใครที่ชื่นชอบหนังสือเหมือนกันกับผม ผมจะไม่บอกว่าห้ามพลาด แต่ผมจะบอกว่าต้องลองครับ

ขอให้โชคดีกับการอ่านครับ

สมัครตอนนี้ ทดลองใช้ฟรี! 7 วัน พร้อมรับส่วนลด 60%

ข้อดี
  • ทำให้คุณอ่านหนังสือได้มากมายหลากหลายยิ่งขึ้น
  • ทั้งอ่านและฟังไปพร้อมๆกันได้
  • พัฒนาทักษะการอ่านและฟังพร้อมทั้งความรู้ที่มาจากหนังสือจริงๆ
  • ให้คุณอ่านหนังสือได้ทุกที่ทุกเวลา
  • มีหนังสือชื่อดังมากมายให้เลือกอ่าน
ข้อเสีย
  • มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน (ทดลองใช้ก่อนได้ 7 วัน)
  • บางเล่มอาจสรุปออกมาได้ไม่ดีพอ
  • ปกหนังสือจะไม่เหมือนปกจริง เดาว่าน่าจะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้หายากในบางที

Shonen Jump ฝึกภาษาอังกฤษจากการ์ตูนในราคา 70 บาท

สรุปสั้นๆ: Shonen Jump หรือ VIZ แอปพลิเคชัน ที่สามารถให้เราได้ฝึกภาษาอังกฤษจากการ์ตูนญี่ปุ่นด้วยราคา $1.99/เดือน

One Piece, Naruto, Bleach, Hunter X Hunter

หากคุณรู้จักชื่อการ์ตูนทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ผมแนะนำให้คุณอ่านต่อไป เพราะผมกำลังจะนำเสนอแอพฯโคตรคุ้มทั้งในแง่การฝึกภาษาและในแง่ของนักอ่านการ์ตูนมืออาชีพ

แอพฯนี้จะทำให้คุณได้ฝึกภาษาอังกฤษและเพลิดเพลินไปกับการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเนื้อเรื่องที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก แอพฯเทพนี้ก็คือ VIZ หรือ Shonen Jump นั่นเอง เอง เอง~ Read More

Bright จำศัพท์เดือนละ 240 คำ ใช้เวลาวันละ 5 นาที

เวลาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ มีศัพท์ที่แปลไม่ได้เยอะมั้ยครับ?

ผมก็เป็นคนนึงที่เวลาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแล้วเปิดคำศัพท์ถี่มากๆ บางทีก็เปิดจนท้อ ซึ่งสาเหตุมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น “คลังคำศัพท์” ในหัวผมมัน “น้อยเกินไป” ยังไงล่ะครับ และพระเอกของเราในวันนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดไอเจ้าวลีอันเป็นวายร้ายของผู้ฝึกภาษาอังกฤษมือใหม่ทุกคน เขามีชื่อว่า ว่า ว่า… Bright! Read More

Marvel Unlimited ฝึกภาษาอังกฤษได้ทุกที่กับจักรวาลซุปเปอร์ฮีโร่

ฝึกภาษาอังกฤษไปกับเหล่าฮีโร่ด้วย Marvel Unlimited..

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้จัก Marvel อยู่แล้ว และหลายคน (รวมถึงผมด้วย) ก็ติดตามภาพยนตร์ของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จาก Marvel ทุกเรื่องอยู่แล้ว

ผมสามารถบอกได้เลยว่าถ้าระดับความความอินกับฮีโร่เหล่านี้มากเท่าไหร่ รีวิวนี้ก็จะยิ่งมีพาวเวอร์มากเท่านั้น

เพราะคุณจะได้ทั้งฝึกอ่านภาษาอังกฤษ + ประวัติความเป็นมา & อีเว้นท์ต่างๆที่เกิดขึ้นในจักรวาล Marvel + ความอินจากการดูหนังที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ไม่ผิดหวังแน่ๆครับ เพราะวิธีนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ผมชอบ และตื่นเต้นที่จะเล่าให้เพื่อนๆสาวก Marvel ทุกคนฟังมากเลยครับ Read More

Busuu แอพฯเรียนภาษาคูลๆ รางวัลการันตีทั่วโลก!

วันนี้ถึงคราวรีวิวหนึ่งในแอพฯที่ผมใช้บ่อยที่สุดในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วครับ แอพฯนั้นก็คือ BUSUU!! นั่นเองง

Busuu เป็นแอพฯที่ผมเลือกใช้เป็นอันดับแรกๆเนื่องจากไม่ว่าผมจะไปหารีวิวแอพฯเรียนภาษาอังกฤษจากที่ไหน Busuu ก็จะติดอันดับอยู่ร่ำไป ราคาที่ย่อมเยาว์ หน้าตาสวยงาม แถมมีแบบเรียนหลากหลายอีก จะไม่จัดได้อย่างไรล่ะครับ

และวันนี้ผมจะมารีวิวแบบเจาะลึกทุกซอก ทุกมุมกันครับ จะได้ไม่ต้องให้คุณผู้อ่านเสียทั้งเงิน ทั้งเวลาไปลองเอง ตามมาครับ Read More

Duolingo แอพฯเรียนอังกฤษฟรี ดีและเหมาะกับมือใหม่

ถ้าผมจะบอกว่ามีแอพฯที่จะให้คุณฝึกภาษาอังกฤษแบบฟรีๆ (ฟรีจริงจัง) คุณจะสนใจไหมครับ?

ผมเชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักเจ้าแอพฯนี้กันแล้ว หลายคนอาจจะแค่คุ้นๆ และหลายคนอาจจะเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ไม่เป็นไรครับ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับแอพฯเรียนภาษาอังกฤษชื่อก้องโลกอย่าง Duolingo กันครับ ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านที่ได้ลองแล้วจะชอบมันอย่างแน่นอน Read More

Graded Reader ฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษยังไงให้จบเล่ม!?

การเดินผ่านร้านหนังสือมันทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นหรือเปล่า? แล้วการฝึกภาษาอังกฤษคือเป้าหมายของคุณใช่มั้ย? ถ้าคำตอบคือ “ใช่” ทั้งหมด แสดงว่าคุณมาถูกที่แล้วล่ะครับ..

เพราะวันนี้ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักวิธีฝึกภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องทรมานมาก เนื่องจากมันถูกผนวกรวมไปกับการอ่านซึ่งเป็นงานอดิเรกของคุณอยู่แล้วยังไงล่ะครับ

ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบอ่านอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าการฝึกภาษาอังกฤษด้วยการอ่าน Graded Reader หรือก็คือหนังสือนอกเวลาในเวอชั่นภาษาอังกฤษ นั้นจะต้องถูกใจคุณผู้อ่านอย่างแน่นอน
Read More