เคยฝึกท่องศัพท์ภาษาอังกฤษแบบ old school ใช้ดิกเล่มหนาๆกันมั้ยครับ

ผมถามเฉยๆ ผมไม่เคยหรอก5555

ผมเป็นคนขี้เกียจคนนึงที่คิดว่าการท่องศัพท์แบบนี้ไม่น่าจะทำให้ผมจำอะไรได้

แต่ด้วยความขี้เกียจ ทำให้ผมก็ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่ามันไม่ได้ผลจริงๆ และขอแสดงความนับถือคนที่ทำได้ไว้ตรงนี้เลยครับ

มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า วันนี้ผมจะมาแนะนำ app ขั้นเทพที่ผมเอาไว้เป็นตัวช่วยท่องศัพท์

ขอบอกเลยว่ามันเจ๋งมาก และที่สำคัญ ฟรี!!!

Memrise คืออะไร?

ผมจะเรียกว่ามันเป็น app สำหรับใช้ท่องจำแล้วกันครับ หลักๆที่เป็นจุดขายมันคือท่องศัพท์ภาษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ

แต่นอกจากคำศัพท์ภาษาต่างๆ Memrise ยังสามารถเอามาท่องสูตรเคมี สูตรฟิสิกส์ คำศัพท์ทางจิตวิทยา พันธุ์ไม้ในป่าอเมซอน ได้ด้วย

ทำไมมันถึงมีอะไรให้ท่องหลากหลายขนาดนี้?

เพราะทาง Memrise สามารถเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างหัวข้อที่จะท่องจำได้เองไงล่ะครับ เป็นเหมือน community ของนักท่องจำยังไงยังงั้นเลย

เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้จำกัดความให้กับ Memrise แบบสั้นๆ ง่ายๆ นั่นก็คือ

Memrise เป็น platform สำหรับแลกเปลี่ยนหัวข้อท่องจำ

ทำไมต้องใช้ Memrise?

อย่างที่บอกไปว่า app นี้เป็นเหมือน community ในการแลกเปลี่ยนหัวข้อในการท่องจำ ซึ่งเท่ากับว่าวิธีท่องศัพท์ภาษาอังกฤษจากผู้ใช้งานที่กำลังฝึกท่องศัพท์ภาษาอังกฤษจากทั่วทุกมุมโลกจะมาสุมรวมอยู่ในนี้

เพราะฉะนั้นจากที่ผมดูมา กลุ่มคำศัพท์ที่มีให้เลือกท่องใน app นั้นก็ค่อนข้างที่จะหลากหลายและครอบคลุมอยู่พอสมควรเลยครับ อาทิเช่น

คำศัพท์จากหนังสือ English Vocabulary In Use

Essential 800 words for TOEIC

350 Idioms, Sayings and Slang

แค่สามคอร์สข้างบนนี้ สำหรับผมก็ฝังตัวกับ app ได้เป็นเดือนๆแล้วล่ะครับ

ยิ่งถ้าคุณกำลังฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ หรือฝึกฟังภาษาอังกฤษ

Memrise จะเป็นสายซัพพอร์ตขั้นเทพให้คุณได้อย่างแน่นอนครับ

อีกข้อหนึ่งที่สำคัญ

Memrise ไม่ใช่ app ที่เอาคำศัพท์มาโยนใส่คุณไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีหลักการใดๆรองรับ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ต่างจากยกการท่องดิกแบบเล่มหนาๆมาอยู่ในมือถือเลยใช่มั้ยล่ะครับ

ซึ่งทาง Memrise ใช้ระบบที่ชื่อ Spaced Repetition System (SRS) ครับ

Spaced Repetition System (SRS) คือเทคนิคการเรียนรู้ด้วยการทบทวนซ้ำอย่างเป็นระบบ โดยใช้ประโยชน์จากการค่อยๆเพิ่มระยะห่างในการทบทวน

ในรูปข้างล่างคือกราฟความจำในการเรียนรู้ด้วย SRS โดยแกน X คือระยะเวลาเป็นวัน (Days) และแกน Y คือความจำของเรื่องที่เรียน ซึ่งผลลัพธ์จะเห็นได้ว่า การทบทวนโดยเว้นระยะห่างแต่ละครั้งจะนำไปสู่ความจำที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น

Spaced Repetition System

โดยระยะห่างการทบทวนของ Memrise จะเป็นแบบนี้ครับ

4 ชั่วโมง > 12 ชั่วโมง > 24 ชั่วโมง > 6 วัน > 12 วัน > 48 วัน > 96 วัน > 6 เดือน

และทั้งสองอย่างนี่แหละครับคือไม้เด็ดที่ผมรู้สึกว่ามันจะเป็นวิธีท่องศัพท์ภาษาอังกฤษที่ช่วยผมได้มากที่สุด การจำได้แบบฝังหัวที่จั่วไว้ตั้งแต่ต้นไม่ใช่เรื่องโม้แต่อย่างใดครับ

คุณเหมาะกับ Memrise หรือเปล่า?

ปัญหาที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ

Memrise อาจจะรองรับภาษาไทยก็จริง แต่ไม่ได้เน้นคนไทยมากนัก

เนื่องจากคอร์สที่สร้างโดย Memrise จะมีเป็น

English <-> Italian

French <-> Japanese

Korean <-> German

แต่จะไม่มี

Thai <-> English

เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะนำไปสู่คำถามที่ว่า

จำเป็นต้องใช้ Memrise Pro หรือเปล่า?

Memrise Pro มี 3 ราคาครับ

Memrise pro price

รายเดือน: $8.99/เดือน

รายปี: $7.5/เดือน ($90/ปี)

ตลอดชีพ: $139.99

Features หลักๆที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ “Learn from locals” หรือก็คือเราจะเห็นเจ้าของภาษามาพูดคำๆนั้นให้เราฟังครับเหมือนภาพข้างล่างนี้ครับ

Memrise learn from locals

ซึ่ง feature นี้เป็นสิ่งเดียวที่ผมคิดว่าได้ประโยชน์จริงๆสำหรับการสมัคร Pro และมันก็เกิดขึ้นเฉพาะกับคอร์สที่มาจาก Memrise เท่านั้น

เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าจำเป็นต้องซื้อแบบ Pro มั้ย สำหรับผมคือ ไม่จำเป็น ด้วยเหตุผลคือ คอร์สที่ผมใช้ท่องศัพท์ไม่มีอันไหนสร้างโดย Memrise เลย

แต่ถ้าคุณผู้อ่านเทพภาษาอังกฤษแล้ว และอยากเรียนภาษาอื่นเพิ่มเติม ก็อาจจะลองดูก็ได้ครับ

รีวิว Memrise

มีทั้งเวอร์ชัน App และ Website

คุณสามารถใช้ Memrise ผ่านทั้งเว็บไซต์และแอพฯได้

ถ้าจะค้นหาคอร์ส แนะนำให้ทำบนเว็บ

ถ้าไม่อยากหัวเสียเหมือนที่ผมเป็นก็ให้มาหาคอร์สในเวอร์ชันเว็บแทนครับ ในแอพฯผมไม่แน่ใจว่าหาได้รึเปล่า แต่ผมกดยังไงมันก็มีอยู่นิดเดียว ใครหาวิธีได้รบกวนฝากคอมเมนต์ไว้ด้วยนะครับ

Memrise browsing course

สามารถเลือกข้ามคำศัพท์ที่รู้อยู่แล้วได้

เป็น feature ที่ทำได้แค่บนเว็บอย่างเดียวนะครับ โดยไปที่คอร์สที่เราเรียน -> หมวดหมู่ที่เราอยากไปเลือกคำเรียน -> กดปุ่ม Ignore -> เลือกคำที่ต้องการข้าม -> กด Save

เพียงเท่านี้เราก็จะได้เรียนคำที่ต้องการแล้วครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเรียนคำที่รู้อยู่แล้วเนอะ

Memrise ignore words

จดจำคำศัพท์ผ่านรูปภาพ

เป็นหนึ่งในเคล็บลับของ กาเบรียล ไวเนอร์ ผู้เขียนหนังสือขายดีระดับโลกอย่าง Fluent Forever ซึ่งในตัวเคล็ดลับของเค้าไม่ได้มีแค่จำเฉพาะภาพนะครับ แต่ต้องเป็นจำภาพ + ประสบการณ์ส่วนตัว ก็จะทำให้จดจำได้ทนทานมากขึ้นครับ (ไว้ผมอ่านเล่มนี้แบบเต็มๆแล้วจะมารีวิวอีกทีครับ)

แต่ feature นี้ก็ทำในเว็บได้สะดวกกว่า (อีกแล้ว) เพราะถ้าใช้บนแอพฯ การจำด้วยภาพจะโผล่ออกมาเมื่อคุณเกิดตอบผิดขึ้นมาเท่านั้น

และภาพที่อัพขึ้นไปให้จำคู่กับคำศัพท์ สำหรับผมคิดว่าค่อนข้างห่วยนะ5555 อย่างเช่นให้จำด้วยภาพ แต่ในภาพก็ดันเป็นตัวหนังสือเหมือนกัน อะไรแบบนี้ครับ (ขึ้นภาพเพื่อ?)

Memrise memo feature

จะเริ่มด้วยการให้จำศัพท์ 2-3 คำ

ช่วงเริ่มต้นของคอร์สก็จะให้เราท่องศัพท์นิดๆหน่อยก่อนครับ

Memrise vocabulary

แล้วจะตามมาด้วยการทดสอบ

ซึ่งการทดสอบจะมี 5 รูปแบบคือ

  • ให้คำศัพท์มาแล้วเราเลือกความหมาย
  • ให้เป็นเสียงมาแล้วเลือกความหมาย
  • ให้เป็นเสียงมาแล้วสะกดให้ถูก
  • ให้ความหมายมาแล้วเลือกคำศัพท์ให้ถูก
  • ให้ความหมายมาแล้วเลือกเสียงคำศัพท์ให้ถูก

Memrise exercise

สามารถเลือก Goal ได้

สามารถเลือก daily goal ได้ว่าจะท่องวันละ 5, 15 หรือ 30 คำ

Memrise goal

เลือกให้ส่ง notification เพื่อเตือนให้ท่อง

เพื่อให้ระบบ SRS แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ผมเลยตั้งไว้ว่าจะท่อง 9 โมงเช้าของทุกวัน ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป Memrise จะส่งคำเก่าๆมาให้เรารื้อฟื้นโดยอัตโนมัติครับ

Memrise notification

Memrise ในมุมมองของผม

สำหรับแอพฯนี้ จริงๆผมเคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้วครับ แล้วรู้สึกว่ามันไม่น่าจะได้ผลนะ เนื่องจากเวลาเราท่องศัพท์ เราก็จำได้ ณ โมเมนต์นั้นแหละ แต่พอเวลาไปอ่านหรือไปฟังอะไรก็ไม่น่าจะนึกออกอยู่ดี แล้วศัพท์ที่ท่องนี่ก็รู้สึกว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตเลย

ซึ่งมันคือความคิดเมื่อหลายปีก่อนครับ ณ ตอนนั้นผมใช้แอพฯนี้ไปราวๆ 2 สัปดาห์เท่านั้นเอง

แต่พอตอนนี้ ผมรู้จัก SRS รอบตัวผมมีภาษาอังกฤษมากขึ้น ผมฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันหลายๆอย่างมากขึ้น พบว่า Memrise เป็นแอพฯสายซัพพอร์ตที่ช่วยผมได้มากทีเดียวครับ

มันกลบความคิดเดิมที่ว่าท่องไปเดี๋ยวก็ลืมด้วย SRS และท่องไปละก็ไม่เคยเจอในชีวิตจริงด้วยการที่ผมไปเจอคำศัพท์ที่ท่องไปในหนังสือภาษาอังกฤษที่ผมใช้ฝึกอ่าน ซึ่งก็ทำให้แฮปปี้ขึ้นเยอะเลยครับ

ถึงแม้ว่ามันจะใช้งานลำบากในบางทีและมีหลายๆอย่างไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง แต่ในภาพรวม มันช่วยผมพัฒนาขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

ข้อดี
  • ใช้แค่เวอร์ชันฟรีก็เพียงพอแล้ว
  • ใช้ระบบ SRS ในการช่วยทำให้จำคำศัพท์ได้แบบฝังหัว
  • คอร์สมีหลากหลายมาก
  • ถ้าไม่เจอคอร์สที่ถูกใจก็สร้างของตัวเองเก็บไว้ได้
  • ไม่ได้จำกัดแค่ภาษาเดียว
ข้อเสีย
  • เวอร์ชันเสียเงินไม่คุ้ม
  • การข้ามคำศัพท์, จำผ่านภาพ, การเลือกคอร์ส ต้องทำในเวอร์ชั่นเว็บไซต์
  • ภาพที่ผูกกับคำส่วนใหญ่เป็นภาพที่ไม่ค่อยตรง
  • ระบบการใช้งานค่อนข้างสับสน

เนื้อหาอัพเดทครั้งสุดท้าย 2 สัปดาห์ที่แล้ว โดย Norathat Jongjitnant

เป็นอย่างไรบ้าง แสดงความเห็นของคุณหน่อย :)

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *